หนังตาตก : สัญญาณเตือนและวิธีแก้ไขที่ตรงจุด

หนังตาตก

หนังตาตก: สัญญาณเตือนและวิธีแก้ไขที่ตรงจุด

หนังตาตก
dav

ในฐานะที่ผมคลุกคลีกับการทำศัลยกรรมตามานาน ปัญหาหนึ่งที่คนไข้มักเข้ามาปรึกษาบ่อยที่สุดคือภาวะ หนังตาตก ครับ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการมองเห็นมากกว่าที่คิด วันนี้ หมอเกมส์ จะขอทำหน้าที่เป็นไกด์พาไปทำความรู้จักกับภาวะนี้อย่างละเอียด เพื่อให้คุณเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดครับ

วิธีสังเกตอาการภาวะหนังตาตกเบื้องต้นด้วยตัวเอง

ก่อนที่จะตัดสินใจมาพบแพทย์ คุณสามารถเช็กอาการ หนังตาตก ได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ครับ หากคุณเริ่มรู้สึกว่าเปลือกตาด้านบนตกลงมาบดบัง ชั้นตา หรือลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ (ปกติควรปิดตาดำไม่เกิน 1-2 มิลลิเมตร) หรือรู้สึกว่าต้องพยายามเลิกคิ้วเพื่อช่วยในการมองเห็น นั่นคือสัญญาณชัดเจนของ หนังตาตก นอกจากนี้บางรายอาจมีอาการเคืองตาหรือน้ำตาไหลร่วมด้วยเนื่องจากขนตาถูกกดทับลงมา แล้วม้วนเข้าไปแยงลูกตา

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาการหนังตาตกและหางตาตก เกิดขึ้นได้อย่างไร

ดวงตาเป็นอวัยวะที่ประกอบไปด้วยโครงสร้างและกล้ามเนื้อหลายชนิดที่ทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวและการแสดงอารมณ์ของดวงตา ในกรณีของ หางตาตก กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบดวงตามีความเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก

โครงสร้างดวงตาและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง

1. กล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis Oculi)

  • กล้ามเนื้อนี้เป็นกล้ามเนื้อวงกลมที่ล้อมรอบดวงตา ทำหน้าที่ควบคุมการหลับตาและกะพริบตา ช่วยปกป้องดวงตาและหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้น
  • กล้ามเนื้อรอบดวงตา (orbicularis oculi) ยังมีส่วนช่วยในการดึงผิวหนังบริเวณรอบดวงตาให้ตึง หากกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเสื่อมสภาพตามอายุ อาจทำให้ผิวหนังรอบดวงตาหย่อนคล้อย ส่งผลให้เกิดหางตาตกได้

2. กล้ามเนื้อยกหางตา (Lateral Canthal Tendon)

  • เส้นเอ็น lateral canthal tendon เป็นเส้นเอ็นที่ยึดปลายหางตา ทำหน้าที่ช่วยยกหางตาและทำให้หางตาดูสมดุล หากเส้นเอ็นนี้เกิดการหย่อนคล้อยหรืออ่อนแรง หางตาจะตกลงไป
  • การเสื่อมสภาพของเส้นเอ็นนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้ชีวิตที่มากับความเครียด อายุที่มากขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและอิลาสตินในร่างกาย

3. เนื้อเยื่อไขมันรอบดวงตา

  • ดวงตาและบริเวณรอบดวงตามีเนื้อเยื่อไขมันที่ช่วยให้ดวงตาดูเต็มและมีชีวิตชีวา อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อไขมันนี้อาจลดลง ทำให้ดวงตาดูยุบหรือหางตาตก
  • การสูญเสียเนื้อเยื่อไขมันสามารถทำให้ผิวรอบดวงตาดูบางลงและเริ่มมีริ้วรอยหรือหย่อนคล้อย

4.ผิวหนังรอบดวงตา

  • ผิวหนังรอบดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางและไวต่อการเสื่อมสภาพ ด้วยวัยและอายุที่มากขึ้น ทำให้ผิวหนังที่ขาดความยืดหยุ่นจากการลดลงของคอลลาเจนและอิลาสตินทำให้เกิดการหย่อนคล้อย ส่งผลให้หางตาตกลง

หนังตาตก เกิดจากอะไรได้บ้าง? วิเคราะห์สาเหตุจากวัยเด็กถึงผู้สูงอาย

 

1. อายุที่เพิ่มขึ้น หรือ หนังตาตกตามอายุ

เมื่ออายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนังจะลดลง ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นลดลง ทำให้ผิวหนังรอบดวงตาหย่อนคล้อยและเกิดหนังตาตกและหางตาตกได้ง่ายขึ้น กล้ามเนื้อที่คอยยกหนังตาก็จะเริ่มอ่อนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หนังตาตกลงมา

สาเหตุของ หนังตาตก นั้นมีความหลากหลายมาก และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัยครับ:

2. พันธุกรรม

พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดโครงสร้างผิวและกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล หากมีคนในครอบครัวที่มีปัญหาหนังตาตกหรือหางตาตก ก็มีแนวโน้มที่คุณจะมีปัญหาเช่นเดียวกันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

3. การเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น

กล้ามเนื้อรอบดวงตา เช่น กล้ามเนื้อ Orbicularis Oculi และเส้นเอ็น Lateral Canthal Tendon ที่มีหน้าที่ยกและรักษาความตึงของหนังตาและหางตา เมื่อเวลาผ่านไป กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเหล่านี้จะเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการหย่อนคล้อยและหางตาตกได้ง่ายขึ้น

สาเหตุทางระบบประสาท: บางกรณี หนังตาตก อาจเกิดจากโรคทางระบบประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อตาทำงานผิดปกติ

4. การสูญเสียไขมันและโครงสร้างเนื้อเยื่อ

เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อไขมันบริเวณรอบดวงตาจะลดลง ทำให้ดวงตาดูยุบและขาดการรองรับ ทำให้หนังตาตกและหางตาตก นอกจากนี้ การเสื่อมสภาพของกระดูกโครงหน้าก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการตกของผิวหนังรอบดวงตา อุบัติเหตุหรือเนื้องอก: การกระทบกระเทือนบริเวณดวงตาอย่างรุนแรงสามารถทำให้เกิดภาวะ หนังตาตก เฉียบพลันได้

5. การใช้ชีวิตและปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม

  • แสงแดด: รังสี UV ทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนัง ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยและมีริ้วรอยมากขึ้น ส่งผลให้หางตาตกง่ายขึ้น
  • การสูบบุหรี่: สารเคมีในบุหรี่มีผลกระทบต่อการหมุนเวียนของเลือดและการสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • การนอนหลับไม่เพียงพอ: การนอนหลับที่ไม่เพียงพอส่งผลต่อการฟื้นฟูของเซลล์ผิว และทำให้เกิดรอยหมองคล้ำและการหย่อนคล้อยรอบดวงตา
  • การแสดงอารมณ์บ่อยครั้ง: เช่น การหรี่ตาหรือยิ้มบ่อย ๆ ทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาต้องทำงานหนัก เมื่อเวลาผ่านไปกล้ามเนื้ออาจอ่อนแรงหรือไม่กระชับเหมือนเดิมก็ทำให้หางตาตกลง

 

6. โรคและสภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

  • โรคหรือภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ เช่น โรค Myasthenia Gravis หรือ Bell’s Palsy ส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อรอบดวงตา ทำให้เกิดหนังตาตกได้
  • ภาวะตาตกแต่กำเนิด (Congenital Ptosis) อาจเกิดจากกล้ามเนื้อตาที่พัฒนาไม่สมบูรณ์ ซึ่งทำให้เกิดหนังตาตกตั้งแต่อายุน้อย
  • หนังตาตกแต่กำเนิด (Congenital Ptosis): พบได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด ซึ่งมักเกิดจากการพัฒนาของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาที่ผิดปกติ

 

7. ความเครียดและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ความเครียดและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมีผลต่อการเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของผิวหนังรอบดวงตา ทำให้หางตาตกได้เช่นกัน

 

ความแตกต่างที่ควรรู้: หนังตาตก แตกต่างจากหนังตาหย่อนอย่างไร?

คนไข้หลายคนเดินเข้ามาบอกผมว่าอยากแก้ หนังตาตก แต่พอตรวจจริงๆ กลับเป็นเพียงภาวะหนังตาหย่อน (Dermatochalasis) ครับ ซึ่งสองอย่างนี้ต่างกันตรงที่:

  • ภาวะหนังตาหย่อน ( Dermatochalasia ) : คือผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อยลงมาปิดชั้นตา แต่กล้ามเนื้อตายังแข็งแรงดี

  • ภาวะหนังตาตก (Ptosis): คือตัวขอบเปลือกตาตกลงมาจริงๆ เพราะกล้ามเนื้อตาไม่มีแรงยก

การวินิจฉัยที่แม่นยำจึงสำคัญมาก เพราะหากรักษาผิดวิธี ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่สวยงามเท่าที่ควร ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องเลือกปรึกษา หมอทำตาที่เก่งที่สุด เพื่อการวิเคราะห์ที่ถูกต้องครับ

หนังตาตก

แนวทางการรักษา

สำหรับการรักษา หนังตาตก นั้น ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อปรับระดับกล้ามเนื้อตาใหม่ครับ โดยคุณหมอจะทำการประเมินแรงยกของกล้ามเนื้อตา (Levator function) อย่างละเอียดก่อน เพื่อออกแบบการผ่าตัดให้ชั้นตาออกมาดูเป็นธรรมชาติและสมมาตรกันทั้งสองข้าง

ขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขหนังตาตกและการพักฟื้น

ข้อดีของการผ่าตัดแก้ไข หนังตาตก กับผู้เชี่ยวชาญคือ แผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กมาก พักฟื้นไว โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 7 วันก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้แล้วครับ และหากคนไข้มีภาวะหนังตาหย่อนร่วมด้วย ผมก็สามารถแก้ไขไปพร้อมกันได้ในคราวเดียว

ข้อห้ามและการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดแก้ไข หนังตาตก

ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถผ่าตัดได้ทันทีครับ มีข้อควรระวังสำคัญที่ต้องพิจารณา:

  • โรคประจำตัวที่คุมไม่ได้: เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูงที่ยังไม่คงที่

  • ภาวะตาแห้งรุนแรง: การยกเปลือกตาขึ้นในคนที่เป็นภาวะตาแห้งรุนแรง อาจทำให้อาการแย่ลงได้

  • ยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด: ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหยุดยาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกมาก

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ที่ หมอเกมส์ แนะนำ

1) แจ้งข้อมูลสุขภาพกับแพทย์อย่างละเอียด ได้แก่

  • ปัญหาสุขภาพ 
  • โรคร้ายแรง / โรคประจำตัว โดยเฉพาะ โรคเบาหวาน น้ำตาลไม่ควรเกิน 200 mg/dl ก่อนทำการผ่าตัด หรือ ถ้าต่ำได้กว่านั้นก็ยิ่งดี
  • ประวัติการผ่าตัดและการได้ยาระงับความรู้สึก ยิ่งถ้าใครแพ้ยาชา ต้องบอกไว้นะครับ สำคัญมากๆๆ
  • ฟันโยก ฟันปลอม และปัญหาเกี่ยวกับฟัน
  • การแพ้ยา / แพ้อาหาร ตรงนี้ ยิ่งสำคัญ ถ้าไม่รู้ว่าเคยกินยาตัวนี้ไหม ให้บอกว่า ไม่รู้นะครับ อย่าไปบอกว่า ไม่แพ้
  • อื่น ๆ

2) ในกรณีดมยาสลบ มีภาวะเสี่ยง หรือโรคประจำตัว จะมีการเตรียมพร้อมร่างกายสำหรับการผ่าตัดและดมยาสลบ ได้แก่

  • การเอกซเรย์ ( X- ray  )
  • การตรวจเลือด (  CBC )
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยเฉพาะคนอายุ 50 ปีขึ้นไปควรทำการตรวจถ้าต้องการดมยาสลบ
  • ถ้าท่านมีโรคประจำตัว ก่อนผ่าตัดควรทำการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรม หรือ แพทย์ผระจำตัวของท่านก่อนทำการผ่าตัด

3) งดใช้ยา ยาบำรุง สมุนไพรบางชนิดที่อาจมีผลกับการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 7 วัน และนำยาประจำตัวและยาสมุนไพรต่าง ๆ ที่รับประทานมาโรงพยาบาลเพื่อแจ้งแพทย์ในวันผ่าตัด เช่น

  • ยาแก้ปวด กลุ่ม NSIADS
  • ยาแอสไพริน 
  • วิตามิน E
  • น้ำมันปลา ( Fish Oil ) 
  • สาหร่ายทะเล (omega 3)
  • เพราะ ยาหรือ อาหารเสริมดังกล่าวส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด เรียกง่ายๆ เลือดออกง่าย หยุดยาก

4) ควรงดสูบบุหรี่ ก่อนการผ่าตัดประมาณ 6 สัปดาห์ เพื่อป้องกันภาวะเนื้อเยื่อขาดเลือดมาเลี้ยง ทำให้เนื้อเยื่อตายได้ ถ้าสูบบุหรี่จัดต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบทันที และควรงดสูบบุหรี่หลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์

5) หยุดดื่มสุรา ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด และควรหยุดดื่มสุราหลังผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะ ถ้าหยุดแล้วท่านไปดื่มทันที รับรองเลิอดไหลเป็นน้ำแน่ๆ เพราะ alcohol มีส่วนกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต

6) อาบน้ำชำระร่างกายและสระผมให้สะอาด เพราะ อาจจะไม่ได้สระผม ไปเกือบ 1 สัปดาห์ เพราะ แผลที่เปลือกตาห้ามโดนน้ำ แต่ในคนไข้บางท่านที่ชอบดำน้ำและ มีแว่นตาดำน้ำใหญ่ๆ ที่กันน้ำได้ สามารถใส่แล้ว ทำการสระผมอย่างระมัดระวังได้นะครับ ุถ้าทนไม่ไหวจริงๆ ถ้าๆไม่ได้สระผม

7) ห้ามใช้เครื่องสำอางบริเวณหนังตาและผิวหนังรอบดวงตาหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์

8) ในกรณีดมยาสลบ งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดตามแพทย์สั่ง เพื่อป้องกันการสูดสำลักน้ำย่อยหรือเศษอาหารจากกระเพาะอาหารเข้าไปสู่ปอดระหว่างการได้รับยาระงับความรู้สึก

9) หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ควรใส่แว่นตากันแดด เพื่อความสบายตาในการมอง เนื่องจาก หลังผ่าตัด ตาจะเปิดกว้าง อาจมีความรู้สึกแสบตา เพราะ เห็นแสงจ้า นอกจากนี้ แว่นตากันแตด นอกจากกันแดดแล้ว ยังกันลม และ ฝุ่นด้วย

10) มีคนสนิทมาด้วย เพื่อพากลับบ้าน เพราะหลังผ่าตัดจะใช้สายตาไม่สะดวก ไม่ควรกลับบ้านตามลำพัง

ดูแลหลังผ่าตัด ที่ หมอเกมส์ มักแนะนำคือ

  1.  หลังผ่าตัดภายใน 24 – 72 ชั่วโมง นอนยกศีรษะสูง ประคบเย็นบริเวณดวงตาทั้งสองข้างเพื่อลดอาการบวม
  2. งดใช้สายตาในช่วงแรก ๆ เพราะการใช้สายตา อย่างการดูทีวีหรือการอ่านหนังสือ ต้องกะพริบตาและเปลือกตาเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้แผลอักเสบและหายช้า
  3. ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือ เช็ดคราบเลือด และสิ่งสกปรกออกอย่างเบามือ วันละ 2 – 3 ครั้ง เช็ดได้บ่อย ๆ เมื่อสกปรก
  4. หลังผ่าตัด 5 – 7 วัน แพทย์จะนัดติดตามอาการ แผลจะบวมอยู่ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ จากนั้นแผลจะหายเป็นปกติ ดูเป็นธรรมชาติประมาณ 1 เดือน
  5. หลังผ่าตัด 7 วัน ห้ามทานอาหารเผ็ดจัด เพราะจะทำให้เหงื่อออกมาก แผลเปียก ความดันเลือดสูงขึ้น อาจทำให้เลือดออกจากแผล
  6. หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ ต้องงดสุราและบุหรี่ เพราะมีผลกับการหายของแผลผ่าตัด งดการทำงานหรือการออกกำลังกายที่รุนแรง สามารถแต่งหน้าและแต่งแต้มดวงตาได้ตามปกติ
  7. หากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับแผล ได้แก่ ตาแดงมาก เคืองตา แผลแยก ต้องมาพบแพทย์ทันที
  8. ทานยาตามที่แพทย์สั่ง ถ้ามีอาการแพ้ยา เช่น คัน มีผื่นแดง คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก ให้หยุดทานทันทีและรีบมาพบแพทย์
  9. กรณีที่ใส่คอนแทคเลนส์ให้เปลี่ยนไปสวมแว่นตาในช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด หรือจนกว่าจะหายบวม ห้ามดึงเปลือกตาเพื่อใส่คอนแทคเลนส์เด็ดขาด เพราะแผลผ่าตัดอาจแยกจากกันได้ หลังผ่าตัดครบ 14 วัน สามารถกลับมาใส่คอนแทคเลนส์ได้ตามปกติ
  10. ห้ามขยี้ตารุนแรงหลังผ่าตัด 2 เดือน
  11. หากมีอาการปวดแผล สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้


การผ่าตัดต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ของศัลยแพทย์ตกแต่ง เป็นสำคัญ นอกจากนี้ การผ่าตัดตา ไม่สามารถทำหลายๆครั้งแบบ เสริมหน้าอก หรือ เสริมจมูกได้นะครับ พังแล้วพังเลย แก้ยากมากยิ่งถ้ากรีดแผลยาวๆมา ดังนั้นก่อนทำการผ่าตัด ควรปรึกษา ศัลยแพทย์เฉพาะทางตกแต่งก่อน

โดยสามารถ

ปรึกษา การผ่าตัด ทำตาแผลเล็ก แผลมินิ เพิ่มเติมที่ line OA  ของคลินิก  หมอเกมส์ Grandmaster นะครับ

ถ้าคุณกำลังมองหาหมอทำตาที่มีฝีมือ ประณีต และให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของท่าน  หมอเกมส์ คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด ลองเข้าไปปรึกษาที่ GrandMasterClinic เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวคุณเอง แล้วคุณจะรู้ว่าดวงตาที่สวยงามไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝันอีกต่อไป

สุดท้ายนี้ หากคุณเริ่มสังเกตเห็นว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีภาวะ หนังตาตก อย่าปล่อยทิ้งไว้จนส่งผลต่อการมองเห็นนะครับ การเข้ารับการตรวจและปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณกลับมามีดวงตาที่สดใสและมั่นใจได้อีกครั้งครับ