ตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการแพทย์โดย: นพ.อดุลย์ชัย (หมอเกมส์) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง เนื้อหาเกี่ยวกับผ่าตัดถุงใต้ตานี้ได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบ สำหรับท่านที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อผ่าตัดถุงใต้ตาโดยเฉพาะ อัปเดตข้อมูลล่าสุด: [7/13/2026 ] ทั้งนี้หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับการ ผ่าตัดถุงใต้ตา สามารถอ่านเนื้อหาด้านล่างนี้ได้เลย
ปัญหาการ ผ่าตัดถุงใต้ตา และความหย่อนคล้อยรอบดวงตา
เป็นปัญหาสุขภาพผิวที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ การศัลยกรรมแก้ไขผ่าตัดถุงใต้ตา (Lower Blepharoplasty) จึงเป็นหนึ่งในหัตถการทางการแพทย์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก สำหรับผู้ที่สนใจผ่าตัดถุงใต้ตาโดยตรง ข้อมูลด้านล่างนี้คือการรวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบเชิงวิชาการเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษา ที่สำคัญผ่าตัดถุงใต้ตาควรประเมินกับแพทย์เฉพาะทางทุกครั้ง
1. การผ่าตัดถุงใต้ตา (Lower Blepharoplasty) คืออะไร?
คำตอบ: สำหรับใครที่ต้องการแก้ปัญหาบริเวณใต้ตา การผ่าตัดถุงใต้ตา คือ ศัลยกรรมตกแต่งเพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหนังรอบดวงตาด้านล่าง และกำจัดหรือจัดเรียงไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่บริเวณใต้ตา (Eye bags) ใหม่ กระบวนการนี้ช่วยให้บริเวณใต้ตากลับมาเรียบเนียน ดูสดใส และลดความหมองคล้ำที่เกิดจากเงาของถุงไขมัน ทั้งนี้ เทคนิคการผ่าตัดถุงใต้ตาได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
2. เทคนิคการผ่าตัดถุงใต้ตามีกี่แบบ และแตกต่างกันอย่างไร?
คำตอบ: ผ่าตัดถุงใต้ตาในทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 2 เทคนิคหลัก ได้แก่:
การผ่าตัดผ่านเยื่อบุตาด้านใน (Transconjunctival Blepharoplasty): เป็นเทคนิคซ่อนแผล โดยแพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กด้านในเปลือกตาล่างเพื่อนำไขมันออก หรือจัดเรียงไขมันใหม่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีถุงไขมันใต้ตาแต่ยังไม่มีปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยมากนัก ข้อดีคือไม่มีแผลเป็นภายนอก
การผ่าตัดผ่านผิวหนังด้านนอก (Subciliary Blepharoplasty): เป็นการเปิดแผลบริเวณใต้ขอบขนตาล่างด้านนอก เหมาะสำหรับผู้ที่มีทั้งถุงไขมันและมีผิวหนังใต้ตาหย่อนคล้อยร่วมด้วย แพทย์จะสามารถตัดแต่งหนังตาส่วนเกินออกพร้อมกับดึงกระชับกล้ามเนื้อใต้ตาให้ตึงขึ้นได้ รอยแผลจะถูกซ่อนไว้ชิดขอบขนตา
3. หลังผ่าตัดถุงใต้ตา ต้องใช้เวลาพักฟื้นกี่วัน?
คำตอบ: ระยะฟื้นตัวหลังผ่าตัดถุงใต้ตาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยทั่วไป อาการบวมและรอยช้ำจะเห็นชัดเจนในช่วง 3-5 วันแรกหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานตามปกติได้ภายใน 7-10 วัน และรูปตาจะเริ่มเข้าที่ ดูเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ผ่าตัดและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดของแต่ละบุคคล เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับผ่าตัดถุงใต้ตาอย่างใกล้ชิด ย่อมช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับผ่าตัดถุงใต้ตาควรมีการวางแผนกับทีมแพทย์ก่อนเสมอ
4. รอยแผลเป็นหลังทำตาล่างจะมองเห็นชัดหรือไม่?
คำตอบ: หากเป็นการผ่าตัดเทคนิคแผลด้านใน จะไม่มีรอยแผลเป็นปรากฏให้เห็นภายนอกเลย ส่วนเทคนิคแผลด้านนอก รอยแผลจะถูกซ่อนไว้ชิดกับแนวขนตาล่างมากที่สุด เมื่อแผลหายสนิท (ประมาณ 3-6 เดือน) รอยแผลจะจางลงจนแทบสังเกตไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทั้งนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ตกแต่งในการเย็บแผลให้ละเอียดและประณีต ซึ่งการเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีประสบการณ์กับผ่าตัดถุงใต้ตาโดยตรงจะช่วยลดความกังวลในเรื่องแผลเป็น สำหรับผู้ที่กำลังมองหาผ่าตัดถุงใต้ตา ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ และการหาข้อมูลเกี่ยวกับผ่าตัดถุงใต้ตาจะช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนผ่าตัด
5. ผลลัพธ์ของการ ผ่าตัดถุงใต้ตา อยู่ได้ถาวรหรือไม่?
คำตอบ: ผลลัพธ์จากการผ่าตัดถุงใต้ตาสามารถอยู่ได้ยาวนานหลายปี ไปจนถึงมากกว่า 10 ปี อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดถุงใต้ตาไม่สามารถหยุดยั้งกระบวนการเสื่อมสภาพของผิวหนังตามอายุขัยตามธรรมชาติได้ เมื่อเวลาผ่านไป ผิวหนังอาจกลับมาหย่อนคล้อยได้อีกตามวัย แต่ปริมาณถุงไขมันที่ถูกนำออกไปแล้วจะไม่กลับมาพองตัวเท่าเดิม
6. การ ผ่าตัดถุงใต้ตา ล่างมีความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
คำตอบ: เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกชนิด การศัลยกรรมผ่าตัดถุงใต้ตาล่างมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาการบวมช้ำ เลือดออก ติดเชื้อ หรือภาวะตาแห้งชั่วคราว ความเสี่ยงที่รุนแรงแต่พบได้น้อยคือ ภาวะตาปลิ้น (Ectropion) ซึ่งเกิดจากการตัดผิวหนังออกมากเกินไป หรือเกิดพังผืดดึงรั้งเปลือกตาล่าง ดังนั้นการผ่าตัดจึงควรดำเนินการโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีความเข้าใจในโครงสร้างกายวิภาคของดวงตาอย่างลึกซึ้ง เพื่อประเมินปริมาณผิวหนังและไขมันที่ต้องตัดออกได้อย่างแม่นยำ
7. ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำศัลยกรรมตาล่าง?
คำตอบ: หากกำลังวางแผนเข้ารับผ่าตัดถุงใต้ตา ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือผู้ที่มีภาวะเลือดหยุดไหลยาก รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาอย่างรุนแรง เช่น ต้อหิน โรคตาแห้งเรื้อรัง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดก่อนรับการประเมิน ศัลยแพทย์จะพิจารณาเป็นรายกรณีเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย
วิธีรักษาและกำจัดถุงใต้ตา มีอะไรบ้าง?
เมื่อเข้าใจสาเหตุแล้ว เรามาดูวิธีรักษากันดีกว่าครับ ซึ่งหมอจะเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละคนมากที่สุด
การผ่าตัดกำจัดถุงใต้ตา
นี่คือวิธีที่เห็นผลชัดเจนและถาวรที่สุดครับ ที่ Grandmaster Clinic หมอมี 2 เทคนิคหลักๆ คือ
- ผ่าตัดถุงใต้ตาแผลใน (ไร้แผลนอก) – ซ่อนแผลจากด้านใน โดยการลงแผลผ่าเยื่อบุตา
- คืออะไร: หมอจะเปิดแผลขนาด 1 CM ที่ด้านในเยื่อบุตาล่าง ( Conjunctiva ) แล้วเข้าไป นำไขมันถุงใต้ตา ส่วนเกินออกอย่างพอเหมาะ จากนั้นเย็บซ่อมผนังถุง สร้างความแข้งแรงให้ผนังถุงไขมัน เพื่อป้องกันการเกิดเป็นซ้ำเร็วในอนาคต การทำผ่าตัดแบบนี้ แผลจะหายไว ไม่ต้องตัดไหม เพราะเป็นการเย็บแบบซ่อนปมไหม
- เหมาะกับใคร: คนที่ ผิวหนังใต้ตายังไม่หย่อนคล้อยมาก และขนาด ถุงใต้ตา ไม่ใหญ่จนเกิดไป ( ทางที่ดีความเข้ามาที่คลินิกเพื่อประเมินกับแพทย์ก่อนว่า เราเหมาะผ่าตัดวิธีไหน …หมอบางท่านตัดกันที่อายุ แต่สำหรับหมอ อายุเป็นเพียงตัวเลข!!! เดี๋ยวนี้บางคนอายุ50 กว่า แต่ผิวตึงอย่างกับคนอายุ 30 -40 ก็มีเยอะ เพราะเค้าดูแลตัวเองมาตลอด
- ข้อดี: ไม่มีแผลเป็นด้านนอกเลย การบวมช่ำขึ้นอยู่แต่ละบุคคลนะครับ

ผ่าตัดแผลใน
2.ผ่าตัด ถุงใต้ตา แผลนอก – เก็บทั้งไขมันและหนังส่วนเกิน
- คืออะไร: หมอจะกรีดแผลชิดขอบขนตาล่าง เพื่อเข้าไป นำไขมันออก จัดเรียงไขมัน และ ตัดหนังตาส่วนเกิน ที่หย่อนคล้อยออกไปพร้อมกัน จากนั้นเย็บแผลอย่างประณีต
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ ผิวใต้ตาย่น และ หย่อนคล้อยมาก มีริ้วรอยเยอะ ต้องการความตึงกระชับ
- ข้อดี: แก้ปัญหาได้ครบทั้ง ถุงใต้ตา และความเหี่ยวย่น
- หมายเหตุ ++++ ย้ำเลยว่า การตัดผิวหนังออกนั้น ไม่สามารถตัดมากเกิดไป หรือ ตัดเพื่อดึงให้ตึงมากๆ เพราะ ถ้าตัดมากเกิน หรือ ตึงมากเกิน จะเกิดปัญหา ตาล่างแหก !!!!! ดังนั้นขอย้ำว่า การตัดผิวหนังออก ตัดตามความเหมาะสม รอยย่นหย่อนเหี่ยวลดลงแน่นอน แต่ ถ้าไม่อยากตาแหก อย่าไปตัดเยอะนะครับ แนะนำด้วยความปรารถนาดี

วิธีอื่นๆ ในการ ผ่าตัดลดถุงใต้ตา
- ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา: การเติมฟิลเลอร์จะช่วยพรางให้ใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น แต่เป็นการซ่อนปัญหาไว้ใต้พรมแบบเนียนๆ 5555 เพราะไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุที่เกิดจากการอ่อนแอลงของผนังของถุงไขมัน แต่การฉีด filler เป็นการเติมเต็มพื้นที่ใบหน้าส่วนที่อยู่ต่ำกว่าถุงใต้ตา ให้นูนสุงเท่ากับความนุนของถุงใต้ตา เพื่อให้ดูเสมือนถุงหายไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป filler เริ่มสลายตัว ถุงก็จะเห็นชัดขึ้นมาใหม่ หรือ ถ้าผนังของถุงที่ยังไม่ถูกทำให้แข็งแรงขึ้น ยังอ่อนแอลงเมื่อเวลาผ่านไป ถุงก็กลับมาเด่นชัดอีก หลายท่านอาจบอกว่า งั้นก็กลับไปฉีดใหม่ ซิ เติมไปเรื่อยๆ 5555 ก็ได้ครับ แต่ขอบอกไว้อย่างนึงว่า ทำครั้งแรกๆ มันดูเนียนดูเนียบดูเรียบ แต่ทำต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีใครรับประกันนะครับ
- วิธีอื่นในการลดถุงใต้ตาโดยไม่ต้องผ่าตัดมีทั้งวิธีดูแลตัวเองและหัตถการทางการแพทย์ เช่น ปรับพฤติกรรมการนอนหลับและดื่มน้ำให้เพียงพอ, ประคบเย็นที่ดวงตา, ทาครีมบำรุงรอบดวงตา, ฉีดฟิลเลอร์หรือใช้เลเซอร์ยกกระชับผิวรอบดวงตา การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของปัญหาถุงใต้ตา.วิธีดูแลตัวเอง
- ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต:
- พักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงช่วยลดอาการบวม.
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ดื่มน้ำประมาณ 1-1.5 ลิตรต่อวันเพื่อช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกาย และลดอาการบวมน้ำ.
- ลดอาหารรสเค็มและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: อาหารรสจัดทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้.
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา: การขยี้ตาแรง ๆ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและบวม.
- การประคบ:
- ประคบเย็น: ใช้น้ำแข็ง ผ้าเย็น หรือช้อนเย็นประคบบริเวณรอบดวงตาประมาณ 10 นาที เพื่อลดอาการบวม.
- ประคบถุงชา: ชาคาเฟอีนในถุงชาที่แช่เย็นสามารถช่วยลดอาการบวมบริเวณใต้ตาได้.
- ประคบน้ำเกลือ: ใช้สำลีชุบน้ำเกลืออุ่นๆ ประคบเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดอาการบวมได้.
- การบำรุงผิว:
- ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตา: ครีมที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์และสารบำรุงอื่นๆ สามารถช่วยให้ผิวบริเวณใต้ตาดูดีขึ้นได้.
- ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต:
เตรียมตัวก่อน-หลังผ่าตัดถุงใต้ตาต้องทำอย่างไร?
เพื่อให้การผ่าตัดปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การเตรียมตัวสำคัญมากครับ
- ก่อนผ่าตัด: งดวิตามินและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น วิตามิน E, น้ำมันปลา) อย่างน้อย 2 สัปดาห์, งดบุหรี่และแอลกอฮอล์, พักผ่อนให้เพียงพอ
- หลังผ่าตัด: ประคบเย็นบ่อยๆ ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก, นอนหมอนสูง, หลีกเลี่ยงการก้มหน้าหรือยกของหนัก, ทานยาและมาตรวจตามที่แพทย์นัดอย่างเคร่งครัด
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง คือ เปลือกตาล่างแหก (Ectropion) ซึ่งมักเกิดจากการตัดหนังตาออกมากเกินไป ที่ Grandmaster Clinic หมอให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยจะทำการประเมินและอาจต้อง เย็บกระชับเอ็นตาล่าง ร่วมด้วยเพื่อป้องกันปัญหานี้ครับ
หากใครกำลังกังวลกับปัญหา ถุงใต้ตา ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน อย่าเพิ่งท้อใจนะครับ ที่ Grandmaster Clinic หมอและทีมงานพร้อมให้คำปรึกษา สามารถทักเข้ามา หรือนัดคิวเข้ามาให้หมอประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะได้เลยครับ ยินดีให้คำแนะนำครับ
ติดต่อเพิ่มเติมที่ line official GrandmasterClinic
……
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ที่ หมอเกมส์ ( นพ.อดุลย์ชัย ว.22998 )แนะนำ
1) แจ้งข้อมูลสุขภาพกับแพทย์อย่างละเอียด ได้แก่
- ปัญหาสุขภาพ
- โรคร้ายแรง / โรคประจำตัว โดยเฉพาะ โรคเบาหวาน น้ำตาลไม่ควรเกิน 200 mg/dl ก่อนทำการผ่าตัด หรือ ถ้าต่ำได้กว่านั้นก็ยิ่งดี
- ประวัติการผ่าตัดและการได้ยาระงับความรู้สึก ยิ่งถ้าใครแพ้ยาชา ต้องบอกไว้นะครับ สำคัญมากๆๆ
- ฟันโยก ฟันปลอม และปัญหาเกี่ยวกับฟัน
- การแพ้ยา / แพ้อาหาร ตรงนี้ ยิ่งสำคัญ ถ้าไม่รู้ว่าเคยกินยาตัวนี้ไหม ให้บอกว่า ไม่รู้นะครับ อย่าไปบอกว่า ไม่แพ้
- อื่น ๆ
2) ในกรณีดมยาสลบ มีภาวะเสี่ยง หรือโรคประจำตัว จะมีการเตรียมพร้อมร่างกายสำหรับการผ่าตัดและดมยาสลบ ได้แก่
- การเอกซเรย์ ( X- ray )
- การตรวจเลือด ( CBC )
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยเฉพาะคนอายุ 50 ปีขึ้นไปควรทำการตรวจถ้าต้องการดมยาสลบ
- ถ้าท่านมีโรคประจำตัว ก่อนผ่าตัดควรทำการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรม หรือ แพทย์ผระจำตัวของท่านก่อนทำการผ่าตัด
3) งดใช้ยา ยาบำรุง สมุนไพรบางชนิดที่อาจมีผลกับการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 7 วัน และนำยาประจำตัวและยาสมุนไพรต่าง ๆ ที่รับประทานมาโรงพยาบาลเพื่อแจ้งแพทย์ในวันผ่าตัด เช่น
- ยาแก้ปวด กลุ่ม NSIADS
- ยาแอสไพริน
- วิตามิน E
- น้ำมันปลา ( Fish Oil )
- สาหร่ายทะเล (omega 3)
- เพราะ ยาหรือ อาหารเสริมดังกล่าวส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด เรียกง่ายๆ เลือดออกง่าย หยุดยาก
4) ควรงดสูบบุหรี่ ก่อนการผ่าตัดประมาณ 6 สัปดาห์ เพื่อป้องกันภาวะเนื้อเยื่อขาดเลือดมาเลี้ยง ทำให้เนื้อเยื่อตายได้ ถ้าสูบบุหรี่จัดต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบทันที และควรงดสูบบุหรี่หลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
5) หยุดดื่มสุรา ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด และควรหยุดดื่มสุราหลังผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะ ถ้าหยุดแล้วท่านไปดื่มทันที รับรองเลิอดไหลเป็นน้ำแน่ๆ เพราะ alcohol มีส่วนกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
6) อาบน้ำชำระร่างกายและสระผมให้สะอาด เพราะ อาจจะไม่ได้สระผม ไปเกือบ 1 สัปดาห์ เพราะ แผลที่เปลือกตาห้ามโดนน้ำ แต่ในคนไข้บางท่านที่ชอบดำน้ำและ มีแว่นตาดำน้ำใหญ่ๆ ที่กันน้ำได้ สามารถใส่แล้ว ทำการสระผมอย่างระมัดระวังได้นะครับ ุถ้าทนไม่ไหวจริงๆ ถ้าๆไม่ได้สระผม
7) ห้ามใช้เครื่องสำอางบริเวณหนังตาและผิวหนังรอบดวงตาหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์
8) ในกรณีดมยาสลบ งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดตามแพทย์สั่ง เพื่อป้องกันการสูดสำลักน้ำย่อยหรือเศษอาหารจากกระเพาะอาหารเข้าไปสู่ปอดระหว่างการได้รับยาระงับความรู้สึก
9) หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ควรใส่แว่นตากันแดด เพื่อความสบายตาในการมอง เนื่องจาก หลังผ่าตัด ตาจะเปิดกว้าง อาจมีความรู้สึกแสบตา เพราะ เห็นแสงจ้า นอกจากนี้ แว่นตากันแตด นอกจากกันแดดแล้ว ยังกันลม และ ฝุ่นด้วย
10) มีคนสนิทมาด้วย เพื่อพากลับบ้าน เพราะหลังผ่าตัดจะใช้สายตาไม่สะดวก ไม่ควรกลับบ้านตามลำพัง
ดูแลหลังผ่าตัด ที่ หมอเกมส์ มักแนะนำคือ
- หลังผ่าตัดภายใน 24 – 72 ชั่วโมง นอนยกศีรษะสูง ประคบเย็นบริเวณดวงตาทั้งสองข้างเพื่อลดอาการบวม
- งดใช้สายตาในช่วงแรก ๆ เพราะการใช้สายตา อย่างการดูทีวีหรือการอ่านหนังสือ ต้องกะพริบตาและเปลือกตาเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้แผลอักเสบและหายช้า
- ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือ เช็ดคราบเลือด และสิ่งสกปรกออกอย่างเบามือ วันละ 2 – 3 ครั้ง เช็ดได้บ่อย ๆ เมื่อสกปรก
- หลังผ่าตัด 5 – 7 วัน แพทย์จะนัดติดตามอาการ แผลจะบวมอยู่ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ จากนั้นแผลจะหายเป็นปกติ ดูเป็นธรรมชาติประมาณ 1 เดือน
- หลังผ่าตัด 7 วัน ห้ามทานอาหารเผ็ดจัด เพราะจะทำให้เหงื่อออกมาก แผลเปียก ความดันเลือดสูงขึ้น อาจทำให้เลือดออกจากแผล
- หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ ต้องงดสุราและบุหรี่ เพราะมีผลกับการหายของแผลผ่าตัด งดการทำงานหรือการออกกำลังกายที่รุนแรง สามารถแต่งหน้าและแต่งแต้มดวงตาได้ตามปกติ
- หากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับแผล ได้แก่ ตาแดงมาก เคืองตา แผลแยก ต้องมาพบแพทย์ทันที
- ทานยาตามที่แพทย์สั่ง ถ้ามีอาการแพ้ยา เช่น คัน มีผื่นแดง คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก ให้หยุดทานทันทีและรีบมาพบแพทย์
- กรณีที่ใส่คอนแทคเลนส์ให้เปลี่ยนไปสวมแว่นตาในช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด หรือจนกว่าจะหายบวม ห้ามดึงเปลือกตาเพื่อใส่คอนแทคเลนส์เด็ดขาด เพราะแผลผ่าตัดอาจแยกจากกันได้ หลังผ่าตัดครบ 14 วัน สามารถกลับมาใส่คอนแทคเลนส์ได้ตามปกติ
- ห้ามขยี้ตารุนแรงหลังผ่าตัด 2 เดือน
- หากมีอาการปวดแผล สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
การผ่าตัดต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ของศัลยแพทย์ตกแต่ง เป็นสำคัญ นอกจากนี้ การผ่าตัดตา ไม่สามารถทำหลายๆครั้งแบบ เสริมหน้าอก หรือ เสริมจมูกได้นะครับ พังแล้วพังเลย แก้ยากมากยิ่งถ้ากรีดแผลยาวๆมา ดังนั้นก่อนทำการผ่าตัด ควรปรึกษา ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการก่อน
โดยสามารถ
ปรึกษา การผ่าตัด ทำตาแผลเล็ก แผลมินิ เพิ่มเติมที่ line OA ของ
Grandmasterclinic หมอเกมส์( นพ.อดุลย์ชัย ว.22998 ) นะครับ
ถ้าคุณกำลังมองหาหมอทำตาที่มีฝีมือ ประณีต และให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของท่าน หมอเกมส์
( นพ.อดุลย์ชัย ว.22998 )
คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด ลองเข้าไปปรึกษาที่ GrandMasterClinic เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวคุณเอง แล้วคุณจะรู้ว่าดวงตาที่สวยงามไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝันอีกต่อไป

